วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Diary Note 11 February 2016

Diary Note No.5

กิจกรรมศิลปะเกี่ยวกับสีเทียน


1.การวาดภาพลายเส้น

2.การวาดภาพด้วยสีเทียน
3.สีเทียนร่วมใจ





4.ถูสีเทียนเป็นภาพ


5.สร้างภาพจากกระดาษทราย




6.ขูดสีเทียนเป็นภาพ




7.สีเทียนกับน้ำ



8.สีเทียนกับผ้า




9.บาติกสีเทียน


10.ปั้นดินเหนียว




11.เพ้นท์หิน




ประเมินเพื่อน
  • เพื่อนๆ มีบางส่วนที่เข้าเรียนช้า
ประเมินตนเอง
  • มีความพร้อมในการเรียนค่ะ มีเล่นมีคุยบ้างเล็กน้อย ช่วยเหลือเพื่อนทำงานอย่างเต็มที่
ประเมินอาจารย์
  • อาจารย์เข้าสอนตรงต่อเวลา ใช้เทคนิคการสอนที่หลากหลาย มีสื่อการสอนที่ครบ

Diary Note 4 February 2016

Diary Note No.4

การเขียนแผนการจัดประสบการณ์ศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย

ความหมายของการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย

         การจัดกิจกรรมตามแผนการจัดประสบการณ์และการจัดสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกให้กับเด็กปฐมวัย โดยให้ได้รับประสบการณ์จากการเล่น ลงมือปฏิบัติซึ่งทำให้เกิดการเรียนรู้ และเพื่อเป็นการส่งเสริมพัฒนาให้ครบทุกด้าน ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา

จุดประสงค์
  • วางแผนล่วงหน้าในการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมและสอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย
  • นำแผนการจัดประสบการณ์ไปใช้ในการจัดกิจกรรมแระจำวันให้บรรลุตามจุดประสงค์ที่กำหนดไว้
  • การเขียนแผนต้องดูประสบการณ์สำคัญในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย แล้วนำมาใส่ให้ตรงตามเรื่องที่สอนให้ครบทั้ง4ด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์-จิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา

การออกแบบแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย

        การจัดประสบการณ์ให้เด็กได้พัฒนาครบทุกด้าน บรรลุจุดมุ่งหมายตามหลักสูตรนั้น ครูจำเป็นต้องวางแผนการจัดประสบการณ์ เพื่อเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมร่วมกับเด็กได้อย่างเหมาะสม และบรรลุผลตามจุดหมายที่กำหนด 

        การเขียนแผนการจัดประสบการณ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและเกิดประโยชน์กับเด็กปฐมวัยอย่างเต็มที่ ครูจะต้องสามารถตอบคำถามพื้นฐานต่อไปนี้

1. วางแผนการจัดประสบการณ์สำหรับใคร ครูต้องรู้จักเด็กที่ตนเองรับผิดชอบ รู้พัฒนาการตามวัย ความสนใจ ความถนัด ความสามารถ รวมทั้งรู้ว่าควรปรับปรุงและพัฒนาเด็กคนใดในเรื่องใดบ้าง

2. ต้องการให้เด็กเรียนรู้อะไร ครูต้องรู้จุดหมายของการจัดประสบการณ์ ครูจึงควรศึกษาก่อนว่าทักษะ สาระการเรียนรู้ หรือประสบการณ์สำคัญใดที่จะจัดให้กับเด็ก แล้วจึงวางแผนการจัดกิจกรรมต่อไป

3. เด็กจะเรียนรู้เรื่องที่ต้องการให้เรียนรู้ได้ดีที่สุดได้อย่างไร ครูต้องรู้จักคิดหาวิธีสอน และสื่อเพื่อช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ

4. รู้ได้อย่างไรว่าเด็กเกิดการเรียนรู้หรือไม่ มากน้อยเพียงใด ครูต้องรู้วิธีประเมินผล สร้างและใช้เครื่องมือประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยที่เหมาะสม


การเขียนแผนการจัดประสบการณ์

ขั้นที่1 เลือกเรื่อง
  • สังเกตจากความสนใจ ความต้องการของเด็กตามสภาพจริง
  • เรื่องต้องชัดเจน ไม่กว้างเกินไป เชื่อมโยงกับเรื่องอื่นๆ
  • ไม่ควรเลือกสัตว์ คมนาคม

ขั้นที่2 ระดมความคิด
  • สิ่งที่เด็กรู้แล้ว
  • สิ่งที่เด็กต้องการรู้
  • สิ่งที่เด็กควรรู้

ขั้นที่3 คิดกิจกรรม
  • เคลื่อนไหว
  • ศิลปะ (กิจกรรมสร้างสรรค์)
  • เสริมประสบการณ์
  • การเล่นกลางแจ้ง

ขั้นที่4 จัดกิจกรรมตามพัฒนาการ

ขั้นที่5 จัดทำแผนการจัดประสบการณ์



ประเมินเพื่อน
  • เพื่อนๆ มีความตั้งใจเรียนดีค่ะ
ประเมินตนเอง
  • มีความพร้อมในการเรียนค่ะ มีเล่นมีคุยบ้างเล็กน้อย
ประเมินอาจารย์
  • อาจารย์เข้าสอนตรงต่อเวลา ใช้เทคนิคการสอนที่หลากหลาย มีการยกตัวอย่างที่ชัดเจน

Diary Note 28 January 2016

Diary Note No.3

วัสดุ 
     คือ สิ่งที่ใช้แล้วหมดไป เช่น กระดาษา สี กาว

กระดาษ
  • กระดาษวาดเขียน
  • กรดาษาโปสเตอร์
  • กระดาษามันปู
  • กระดาษาจากนนิตยสาร
  • การดาษาหนังสือพิมพ์
สี
  • สีเทียน
  • สีชอล์กเทียน (เหมาะสำหรับเด็กโต)
  • สีเทียนพลาสติก
  • สีเมจิก
  • ปากกาปลายสักหลาด
ดินสอ
  • ดินสอสี
สีน้ำ
  • สีฝุ่น (เป็นผง ททึบแสง ผสมกับน้ำได้)
  • สีโปสเตอร์
  • สีน้ำ
  • สีพลาสติก
*เวลาใช้สีน้ำ ควรใช้แป้งเปียก หรือ กาวน้ำ ผสมด้วยจะทำให้สีเข้มขึ้น และ ประหยัดขึ้น
 
สีจากธรรมชาติแดงกาว (กาวที่เหมาะกับเด็กมาที่สุด คือกาวที่กวนเองจากแป้งมัน หรือแป้งข้าวเหนียว เรียกว่าแป้งเปียก)
  • แป้งเปียก (กาวที่ดีที่สุด)
  • กาวลาเท็กซ์
ดิน
  • ดินเหนียว
  • ดินน้ำมัน
  • ดินวิทยาศาสตร์
อุปกรณ์
     คือ เครื่องมือที่ใช้แล้วไม่หมดเปลืองไป แต่มีอายุการใช้งานยืนนานตามชนิดของสิ่งนั้น ๆ 

ทฤษฎีสี (Theory of colors)
  • สีขั้นที่ 1
    แดง ---> น้ำเงิน ---> เหลือง
  • สีขั้นที่ 2 เอาสีแม่สีมาผสมกัน
    แดง น้ำเงิน = ม่วง
    แดง + เหลือง = ส้ม
    น้ำเงิน + เหลือง = เขียว
  • สีขั้นที่ 3 เอาสีขั้นที่สองมาผสมกัน  
    ม่วง น้ำเงิน = คราม
    เขียว + เหลือง = เขียวอ่อน
    ส้ม + แดง = แสด
วรรณสีร้อน
เหลือง ส้มเหลือง ส้มแดง
แดง ม่วงแดง ม่วง

วรรณสีเย็น
เหลือง เขียว เขียวเหลือง
เขียวน้ำเงิน น้ำเงิน ม่วง ม่วงน้ำเงิน

*สีเหลือง กับ สีม่วง อยู่ได้ทั้ง 2 วรรณ

สีคู่ปฏิปักษ์
เหลือง <---> ม่วง
เขียวน้ำเงิน <---> ส้มแดง
เขียวเหลือง <---> ม่วงแดง
เขียว <---> แดง
น้ำเงิน <---> ส้ม
ม่วงน้ำเงิน <---> ส้มเหลือง

กิจกรรมกระดาษร่างต่อจุดเป็นภาพ



ประเมินเพื่อน
  • เพื่อนๆ ส่วนมากเข้าเรียนตรงต่อเวลารวมเพื่อนๆ มีความตั้งใจเรียนดีค่ะ
ประเมินตนเอง
  • มีความพร้อมในการเรียนค่ะ มีเล่นมีคุยบ้างเล็กน้อย
ประเมินอาจารย์
  • อาจารย์เข้าสอนตรงต่อเวลา ใช้เทคนิคการสอนที่หลากหลาย 

Diary Note 21 January 2016

Diary Note No.2

ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ

1.ทฤษฎีพัฒนาการ
  • พัฒนาการทางศิลปะของโลเวนเฟลด์ (Lowenfeld) 
2.ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์ 
  • ทฤษฎีโครงสร้างทางสติปัญญา (Guilford)
  • ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ของทอร์แรนซ์
  • ทฤษฎีความรู้สองลักษณะ (สมองสองซีก)
  • ทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์
  • ทฤษฎีโอตา (ญี่ปุ่น)
3.ทฤษฎีโครงสร้างทางสติปัญญาของกิลฟอร์ด
  • นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน
  • ศึกษาเกี่ยวกับการวิเคราะห์ตัวประกอบของสติปัญญา
    - เน้นเรื่องความคิดสร้างสรรค์
    - ความมีเหตุผล
    - การแก้ปัญหา
ความสามารถของสมอง
   แบ่งออกเป็น 3 มิติ
  • มิติที่ 1 เนื้อหา
    - ข้อมูลหรือสิ่งเร้าเป็นสื่อในการคิด สมองรับข้อมูลปคิดพิจารณณา 4 ลักษณะ คือ ภาพ สัญลักษณ์ ภาษา และ พฤติกรรม
  • มิติที่ 2 วิธีการคิด
    - การทำงานของสมอง 5 ลักษณะ การรู้จัก การเข้าใจ การจำ การคิดแบบอเนกนัย การคิดแบบเอนกนัย และ การประเมินค่า
  • มิติที่ 3 ผลของการคิด
    - มี 6 ลักษณะ คือ หน่วย จำพวก ความสัพันธ์ ระบบ การแปรรูป และ การประยุกต์ 
     
สรุป
  • ทำให้เราทราบความสามารถของสมองที่แตกต่างกันถึง 120 ความสามารถตามแบบจำลองโครงสร้างทางสติปัญญาในลักษณะ 3 มิติ มีเนื้อหา 4 มิติ วิธีการคิด 5 มิติ และผลการคิด 6 มิติ รวมความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์ด้วย คือ วิธีการคิดอเนกนัย เป็นการคิดหลายทิศทาง หลายแง่มุม คิดได้กว้าง ซึ่งลักษณะการคิดนี้จะนำไปสู่การประดิษฐ์คิดค้นสิ่งแปลกใหม่
ทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ของทอร์แรนซ์
  • เป็นนักจิตวิทยาและนักการศึกษาผู้มีเชื่อเสียง ชาวอเมริกัน
ลำดับของการคิดสร้างสรรค์ 5 ขั้น ของทอร์แรนซ์
  1. ขั้นการค้นพบความจริง
  2. ขั้นการค้นพบปัญหา
  3. ขั้นการตั้งสมมุติฐาน
  4. ขั้นการค้นพบคำตอบ
  5. ขั้นยอมรับผลจากการค้นพบ
 ตัวอย่าง
  1. ขยะ
  2. ทิ้งขยะไม่เป็นที่
  3. จัดการอย่างไรกับขยะ
  4. หาวิธีการจัดการกับขยะได้
  5. ยอมรับผล
*ทอร์แรนซ์ จึงเรียกขั้นการคิดสร้างสรรค์นี้ว่า "กระบวนการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ "

ทฤษฎีความคิดสองลักษณะ
  • เป็นทฤษฎีที่กำลังได้รับความสนใจ เพราะ เป็นการค้นพบความรู้เกี่ยวกับการทำงานของสมองมนุษย์
  • การทำงานของสมอง
    - ซีกซ้าย การคิด เหตุผล เชิงวิชาการ
    - ซีกขวา ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ
  • แพทย์หญิง กมลพรรณ ชีวพันธุศรี กล่าวว่า
    - สมองซีกขวา เป็นส่วนของจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ สามารถพัฒนาได้มากในช่วงวัย 4-7 ปี
    - สมองซีกซ้าย เป็นส่วนของการคิด เหตุผล และพัฒนาดีที่สุดในช่วงอายุ 9-12 ปี และสมองจะเจริญเติบโตเต็มที่เมื่ออายุ 11-13 ปี
แนวคิดเกี่ยวกับการทำงานของสมองสองซีก
  • ผู้เรียนได้เรียนรู้และทำกิจกรรมแบบบูรณาการ
  • มีการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ หรือ 4 MAT
  • มีการทำกิจกรรมที่หลากหลาย
ทฤษฎีพหุปัญญาของการ์ดเนอร์
  • การ์ดเนอร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยาการศึกษา ชาวอเมริกัน
  • ศึกษาเกี่ยวกับความหลากหลายของสติปัญญา
  • ผู้คิดค้นทฤษฎีพหุปัญญา (ศักยภาพและความสามารถที่หลากหลายของมนุษย์)
การ์ดเนอร์จำแนกความสามารถหรือสติปัญญาของคนเอาไว้ 9 ด้าน
  1. ความสามารถด้านภาษา
  2. ความสามารถด้านดนตรี
  3. ความสามารถด้านกีฬาและการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย
  4. ความสามารถด้านมนุษยสัมพันธ์
  5. ความสามารถด้านธรรมชาติศึกษา
  6. ความสามารถในด้านการคิดพลิกแพลงแตกต่างในการแก้ปัญหา
  7. ความสามารถด้านตรกกวทิยาและคณิตศาสตร์
  8. ความสามารถด้านมิติสัมพันธ์
  9. ความสามารถด้านจิตวิเคราะห์
ลักษณะสำคัญ
  • ปัญญา มีลักษณะเฉพาะด้าน
  • ทุกคนมีปัญญาแตะละด้าน 9 ด้าน
  • ทุกคนสามารถพัฒนาปัญญาให้สูงขึ้นได้
ทฤษฎีโอตา (AVTA)
  • ขั้นที่ 1 การตระหนัก
    ต้องตระหนักถึงความสำคัญของความคิดสร้างสรรค์ที่มีต่อตนเองทั้งในอดีตและปัจจุบัน เช่น
         - การพัฒนาปรัชญาณ
         - การรู้จักและเข้าในตนเอง
         - การมีสุขภาพจิตที่สมบูรณ์
         - การมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม
  • ขั้นที่ 2 ความเข้าใจ
    มีควาามรู้ ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่องต่าง ๆ
         - ความรู้และเนื้อหาบุคลิกภาพ
  • ขั้นที่ 3 เทคนิควิธี
    - เทคนิควิธีการใช้การฝึกความคิดสร้างสรรค์
    - การระดมสมอง
    - การคิดเชิงเปรียบเทียบ
    - การฝึกจินตนการ
  • ขั้นที่ 4 การตระหนักในความจริงของสิ่งต่าง ๆ
    - เปิดกว้างรับประสบการณ์ต่างๆ โดยปรับตัวอย่างเหมาะสม
    - มีความคิดริเริ่มและผลิตผลงานตนเอง
    - สามารถปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงแนวทางในการดำเนินชีวิตที่เหมาะสม
พัฒนาการทางศิลปะ
  • วงจรของการขีดๆ เขียน
 กิจกรรมมือน้อยสร้างสรรค์


กิจกรรมวาดภาพต่อเติม



ประเมินเพื่อน

  • เพื่อนๆ มีความตั้งใจเรียนดีค่ะ 
ประเมินตนเอง
  • มีความพร้อมในการเรียนค่ะ มีเล่นมีคุยบ้างเล็กน้อย
ประเมินอาจารย์
  • อาจารย์เข้าสอนตรงต่อเวลา มีการสอนที่หลากหลาย ใช้สื่อที่ทันสมัย

Diary Note 14 January 2016

Diary Note No.1

คาบแรก สำหรับวิชา
 Creative Art Experiences Management for Early Childhood 




ความหมายของศิลปะ
  • ศิลปะ หมายถึง งานช่างฝีมือเป็นงานที่มนุษย์ใช้สติปัญญาสร้างสรรค์ขึ้นด้วย ความปราณีต งานศิลปะจึงไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เป็นผลงานที่มนุษย์ใช้ปัญญา ความศรัทธาและความพากเพียร
 ศิลปะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
  1. จิตรกรรม
  2. ประติมากรรม
  3. สถาปัตยกรรม
 ศิลปะ
  • ความงาม (ทางกาย,ทางใจ)
  • รูปทรง
  • การแสดงออก
" ศิลปะะเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นจากความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดความงามและความพึงพอใจ "
  •   Art มีรากฐานมาจาก ภาษาลาติน ว่า Ars หมายถึง ทักษะ หรือ ความชำนาญ หรือความสามารถพิเศษ
ปรัชญาศิลปศึกษา
  • มุ่งสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์
  • เป็นเครื่องมือในการแสดงออก และใช้ความคิดสร้างสรรค์
  • ให้ความสำคัญกระบวนการสร้างสรรค์งาน
  • เน้นความไวในการรับรู้ด้านอารมณ์
  • ความรู้สึกที่มีอยู่เบื้องหลังผลงาน
  • สนับสนุนให้ผู้เรียนค้นคว้า ทดลองสิ่งใหม่ๆ
  • นำไปพัฒนาชีวิตด้านอื่นๆ ได้
ความสำคัญของศิลปะ
  • ตอบสนองตามความต้องการของเด็ก
         - เด็กชอบวาดรูป
         - เด็กมีความคิด จินตนาการ
         - เด็กใช้ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดที่บางครั้งไม่สามารถพูดได้
         - เด็กต้องการสนับสนุนจากผู้ใหญ่
         - เด็กต้องการกำลังใจ การสร้างความเชื่อมั่น และ ความภาคภูมิใจ
ความสำคัญของการจัดประสบการณ์
  • เป็นรากฐานทางการศึกษาที่สำคัญสำหรับเด็ก
         - ร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และ สติปัญญา
  • ช่วยจัดสรรประสบการณ์ที่มีผลต่อการเรียนรู้ให้กว้างขึ้น
         - กระบวนการทางศิลปะจะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ตนเองและสิ่งแวดล้อมมากขึ้นตามวัย
  • ช่วยพัฒนาเด็กเป็นรายบุคคล
  • ช่วยเสริมสร้าง / กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์
  • ศิลปะเป็นพื้นฐานทางการศึกษาสำหรับเด็ก

    เพราะ ศิลปะ ช่วยให้เด็กปฐมวัยมีประสบการณ์ที่หลากหลาย
         - ประสบการณ์ด้านการสำรวจ ตรวจสอบ
         - ประสบการณ์ด้านวัสดุ-อุปกรณ์
     
จุดมุ่งหมายในการสอนศิลปะ 
  • การสอนศิลปะเด็ก ไม่ใช่การสอนให้เด็กวาดรูปเก่ง
  • เป็นการปลูกฝังนิสัยอันดีงาม ละเอียดอ่อน
  • การสอนศิลปะเด็กมีจุดมุ่งหมาย เพื่อ
         1.ฝึกทักษะการใช้มือเตรียมความพร้อม ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5
        
         2.ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ + ความสามารถของเด็กแต่ละคน    
        
         3.พัฒนาร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา และ บุคลิกภาพ

         4.ปลูกฝังค่านิยม เจตคติ และคุณสมบัติที่ดีของศิลปะ และวัฒนธรรมไทย

         5.ฝึกให้เด็กได้เริ่มต้นเรียนรู้การใช้เครื่องมือ เครื่องใช้ในการทำศิลปะ รู้จักการเก็บรักษา ทำความสะอาด

         6.ฝึกการทำงานร่วมกันเป็นทีม

         7.เปิดโอกาสให้เด็กแสดงออกอย่างอิสระ ผ่อนคลาย สนุกสนาน

         8.นำประสบการณ์ที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
บทบาทครูศิลปะ
  • เป็นผู้สร้างบรรยากาศ (ในการประดิษฐ์ คิดค้น ผลิตผลงาน)
  • เป็นผู้ส่งเสริม สนับสนุน  (พูดคุย เร้าความสนใจ)
  • เป็นผู้ดูแลเด็กให้สร้างสรรค์งาน (ให้ความรัก ความอบอุ่น)
  • เป็นต้นแบบที่ดี (สาธิตวิธีการที่ถูกต้อง)
  • เป็นผู้อำนวยความสะดวก (จัดเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์)
 ข้อคำนึงในการสอนศิลปะ
  1. หลีกเลี่ยงการให้แบบ
  2. ต้องช่วยพัฒนาความเป็นตัวของตัวเองให้แก่เด็ก
  3. ไม่บีบบังคับหรือคาดคั้น
  4. ไม่แก้ไขหรือช่วยเด็กทำผลงาน
  5. ไม่วิจารณ์งานศิลปะเด็ก
  6. มีส่วนร่วมในการช่วยให้ผู้ปกครองเห็นคุณค่าของเด็ก
  7. มีส่วนช่วยขยายประสบการณ์ทางศิลปะของเด็กไม่อยู่แต่ในห้องเรียน
การเตรียมการสำหรับการสอน
  • การสร้างข้อตกลง ระเบียบการใช้
  • การจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์
  • การจัดวางวัสดุ
  • การจัดเตรียมเครื่องมือรักษาความสะอาด
  • การจัดเตรียมพื้นที่ในการทำงานอย่างเหมาะสม
  • การจัดเก็บผลงาน / การจัดสถานที่แสดงผลงาน
ลำดับขั้นตอนในการสอน
  • ขั้นตอนในการสอน
               1. เลือกเรื่อง
               2. กำหนดจุดมุ่งหมาย
               3. เตรียมการก่อนสอน
               4. ทดลองและตรวจสอบอุปกรณ์
               5. ทำการสอนจริงตามแผน
               6. เตรียมตัวเด็กให้พร้อม
               7. การปฏิบัติงานของเด็กโดยครูเป็นผู้ดูแล
               8. การเก็บรักษาและการทำความสะอาด
               9. การประเมินผลงานเด็ก
 
เทคนิควิธีการสอน
  • เข้าถึง ดูแลเอาในใส
  • เข้าใจ ความสามารถ ความแตกต่าง
  • ให้ความรัก รักและเข้าใจ
  • สร้างบรรยากาศ หลากหลาย สนุกสนาน
  • มีระเบียบวินัย มีข้อตกลงร่วมกัน
  • ปลอดภัย คำนึงถึงความปลอดภัย